GClub ไล่เปโดร-โมราต้า! สิงห์หืดจับดับโทษนอริช ทะลุชนสาลิการอบ 4

GClub

วิลลี่ กาบาเยโร่ เซฟจุดโทษพา “สิงห์บลูส์” ที่ยิงแม่นกว่าเอาชนะนอริชในช่วงดวลจุดโทษ 5-3 หลังในเวลา 120 นาที เสมอกัน 1-1 แถมเกมนี้ทั้ง เปโดร และโมราต้า โดนไล่ออกจากสนามในช่วงต่อเวลาพิเศษอีก ส่งผลให้ เชลซี ผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 4 พบกับ นิวคาสเซิ่ล ต่อไป ในศึก เอฟเอ คัพ รอบ 3 นัดรีเพลย์ ที่สแตมฟอร์ด บริจด์ คืนวันพุธที่ผ่านมา

เอฟเอ คัพ รอบ 3 นัดรีเพลย์
วันพุธที่ 17 มกราคม 2561
เชลซี (พรีเมียร์ลีก) 1 – นอริช (แชมเปี้ยนชิพ) 1
(ต่อเวลาพิเศษเสมอ 1-1, เชลซี ชนะจุดโทษ 5-3)

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์ (ลอนดอน)

GClub ศึก เอฟเอ คัพ รอบ 3 นัด รีเพลย์ หลังเกมแรกเสมอกันมา 0-0 โดยเกมนี้ เชลซี ซึ่งเสมอมา 4 นัดติดทุกรายการ จัดสำรองลงเกือบยกชุด มิชี่ บาตชูอายี่ รับบทหน้าเป้า โดยมี วิลเลี่ยน และเปโดร โรดริเกซ ทำเกมรุกอยู่ด้านข้าง

ทางด้าน นอริช ของกุนซือ ดาเนี่ยล ฟาร์เค่ วาง เนลสัน โอลิเวียร่า หัวหอกชาวโปรตุกีสเป็นตัวความหวังโดยคู่กับ จอช เมอร์ฟี่ย์

เริ่มเกมมา 5 นาที “สิงห์บลูส์” ได้ทักก่อนจากจังหวะสับไกนอกกรอบของ แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ แต่บอลเบาหลุดกรอบออกไป ถัดมาแค่สองนาที โรเบิร์ต เคเนดี้ ตามซ้ำบ้างแต่บอลก็เหินคาน

นาที 8 เชลซี น่าจะได้ประตูขึ้นนำ บอลจากคอนเนอร์ทางด้านขวามาเสาแรกแฉลบผู้เล่นนอริชมาเสาสอง อัซปิลิกวยต้า พุ่งชาร์จไม่ถึงบอลเฉียดเสาออกหลังไป

นาที 25 เจ้าถิ่นยังโหมบุกต่อเนื่อง และน่าจะได้ประตูขึ้นนำ หลัง ดริงค์วอเตอร์ หวดเต็มข้อจากนอกกรอบแต่บอลพุ่งไปกระทบคานแบบน่าเสียดาย

แฟนเจ้าถิ่นมีเสียว นาที 33 มิชี่ บาตชูอายี่ จ่ายบอลคืนหลังพลาดไปเข้าทาง เนลสัน โอลิเวียร่า อัดเต็มแรงบอลพุ่งเช็ดคานบนออกหลังไป

จบครึ่งแรก เชลซี ยังเจาะตาข่ายไม่ได้เสมอ นอริช 0-0

ครึ่งหลัง นาที 55 สิงห์บลูส์ มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 โรเบิร์ต เคเนดี้ ครอสบอลด้านข้างมาเสาแรกให้ มิชี่ บาตชูอายี่ ซัดเข้าไปสวยงาม เป็นประตูแรกของเชลซีในรอบ 4 เกม

นาที 61 นอริช มีลุ้นตีเสมอบ้าง เจมส์ แมดดิสัน ที่ค่อนข้างเงียบในเกมนี้ได้โอกาสวอลเลย์เต็มเท้าแต่บอลก็ไม่ผ่านมือ กาบาเยโร่ เซฟไว้ได้

ช่วงทดเจ็บ กลายเป็น นอริช ที่ตามตีเสมอได้สำเร็จ จากจังหวะที่ ทิมม์ โคลเซ่ ครอสด้านข้างมาเข้าหัว จามาล ลูอิส วิ่งมาเช็ดบอลชนเสาสองเข้าไป จบเกม เสมอกัน 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที

เกมยึดยื้อออกไปอีก 30 นาที และแค่สองนาทีแรกของการต่อเวลา วิลเลี่ยน ทำเอาแฟนเจ้าถิ่นเฮหลังล้มลงในเขตโทษ แต่เชิ้ตดำวิ่งมาแจกใบเหลืองโทษฐานพุ่งล้ม

นาที 104 เชลซี พลาดโอกาสขึ้นนำอีกครั้ง วิลเลี่ยน ได้ซัดเต็มเท้าในกรอบแต่บอลก็ไปตรงตัว แองกัส กันน์ ปัดออกไป ต่อมาอีก 6 นาที คอนเต้ ส่ง อาซาร์ ไปเล่นแทน ดริงค์วอเตอร์ แต่ยังไม่สามารถแผลงฤทธิ์ได้ จบครึ่งแรกช่วงต่อเวลาพิเศษยังเสมอกัน 1-1

สลับข้างเล่นต่ออีก 15 นาทีที่เหลือ นาที 115 โมราต้า ได้โขกเน้นๆในกรอบแต่บอลก็ยังไม่ผ่านตัว กันน์ ที่ล้มตะครุบไว้ได้ไม่พลาด

ถัดมาอีก 2 นาที “สิงห์บลูส์” ต้องเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน หลัง เปโดร โดนใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงโดนไล่ออกจากสนาม เท่านั้นไม่พอ โมราต้า ยังมาโดนใบแดงอีกราย หลังจากโดนใบเหลืองในข้อหาเจตนาพุ่งล้ม ก่อนที่โมราต้าจะเข้าไปเถียง เกรแฮม สก็อตต์ และได้เหลืองอีกใบ เป็นใบแดงโดนไล่ออกไปอีกคน

ช่วงทดเจ็บต่อเวลาพิเศษ นอริช ที่ตัวมากกว่าสองคน ได้ลุ้นบ้างจากลูกฟรีคิกนอกกรอบ เวสลี่ย์ ฮูลาฮาน เปิดไปเสาแรก ทิมม์ โคลเซ่ โฉบโขกเสาแรกแต่บอลไปตรงตัว กาบาเยโร่ จบช่วงต่อเวลาพิเศษทั้งคู่เสมอกันไป 1-1 ต้องตัดสินหาผู้ชนะด้วยการดวลจุดโทษ

ผลปรากฎว่า ลูกทีมของ คอนเต้ ยิงได้แม่นกว่า เอาชนะจุดโทษไปได้ 5-3 ผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 4 พบกับ นิวคาสเซิ่ล ในวันอาทิตย์ที่ 28 มกราคม นี้

11ผู้เล่นที่ลงสนามทั้งสองทีม

เชลซี (3-4-2-1) : วิลลี่ กาบาเยโร่ – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, ดาวิด ลุยซ์, อีธาน อัมปาดู – ดาวิเด้ ซัปปาคอสต้า, แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์, ตีเยมูเอ้ บากาโยโก้, โรเบิร์ต เคเนดี้ – วิลเลี่ยน, เปโดร โรดริเกซ – มิชี่ บาตชูอายี่

นอริช (3-4-1-2) : แองกัส กันน์ – คริสตอฟ ซิมเมอร์มันน์, แกรนท์ แฮนลี่ย์, ทิมม์ โคลเซ่ – อีโว ปินโต้, แฮร์ริสัน รีด, มาริโอ วรันยิช, จามาล ลูอิส – เจมส์ แมดดิสัน – จอช เมอร์ฟี่, เนลสัน โอลิเวียร่า